กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
ในการเลี้ยงสัตว์ในกระชังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานับร้อยปี และสำหรับไทยเราเองนั้น การเลี้ยงสัตว์ในรูปแบบนี้ก็ได้เข้ามามีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนไทยด้วย
การเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชังในแหล่งน้ำต่างๆ ทั้งน้ำจืดและน้ำทะเล ช่วยให้สามารถเลี้ยงสัตว์น้ำได้หนาแน่นกว่าเลี้ยงในบ่อถึง 10 เท่า สัตว์น้ำจะเจริญเติบโตเร็ว ง่ายต่อการดูแลรักษา และเป็นการลงทุนต่ำ แต่อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชังจะต้องอยู่ในสถานที่และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม รวมถึงไม่ขัดต่อกฎหมาย
การเลี้ยงสัตว์ใน กระชังปลา ในบ่อดิน หรือในลักษณะใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือคุณจะต้องทราบว่าจะต้องเลี้ยงอย่างไรให้เหมาะสม รวมถึงจะต้องทราบขั้นตอนการจัดการเปลี่ยนถ่ายน้ำด้วย
การจัดการน้ำหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำในกระชังมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากน้ำ เป็นแหล่งที่สัตว์น้ำดำรงชีวิตอยู่ได้ ไม่เพียงแต่น้ำจะต้องสะอาด หรือเหมาะสมเท่านั้น แต่จะต้องมีขั้นตอนที่ถูกต้องอื่นๆ เพื่อให้สามารถป่องกันปลาตาย หรือปัญหาอื่นๆ ได้อย่างครบถ้วน โดยขั้นตอนในการเปลี่ยนถ่ายน้ำในกระชังสามารถทำได้ดังนี้
1. น้ำที่นำมาใส่ควรเป็นน้ำที่มั่นใจว่าสะอาดไม่มีเชื้อโรคและกลิ่นคลอรีน (น้ำประปาที่มีคอลรีนควรทิ้งไว้ 1คืนให้กลิ่นหายไปก่อน)
2. การถ่ายน้ำ ประมาณ 1อาทิตย์ให้ทำการถ่ายน้ำออกครึ่งหนึ่งอย่าถ่ายออกหมด (จะทำให้ปลาไม่กินอาหารหรือมีโอกาสน็อกน้ำตายได้)
3. วิธีถ่ายน้ำทำโดยการปลดเชือกที่มัดหลักออกมุมใดมุมหนึ่งเพื่อให้น้ำล้นแล้วไหลออกมา
4. ถ้าจะใส่น้ำในกระชังจำนวนมาก แนะนำว่าต้องหาไม้กระดานหรือแผ่นยิปซัมมาดันตามข้างกระชังเพื่อรับน้ำหนักของน้ำ ป้องกันกระชังแตกเสียหายได้
5. น้ำที่ถ่ายออกจากกระชังคือแร่ธาตุและปุ๋ยชั้นดีสำหรับต้นไม้ พืชผักสวนครัวรั้วกินได้ นำไปใช้รดน้ำต้นไม้พืชผักเพื่อประโยชน์สูงสุด
6. ใส่เกลือแกงลงไปในน้ำ โดยต้องเป็นเกลือที่ไม่มีสารไอโอดีน เป็นการใช้ประโยชน์ความเค็มจากเกลือแกง ซึ่งมีประโยชน์หลายประการดังนี้
- เพิ่มเกลือแร่ในน้ำ
- ควบคุมโรคในน้ำ
- ช่วยให้ปลาขับเมือกออกมา
- สุขภาพปลาแข็งแรง
การจัดการน้ำมีความสำคัญต่อผลผลิตและความเป็นอยู่ของปลา รวมถึงสัตว์น้ำในกระชังดังที่ได้กล่าวไปแล้ว คุณจึงต้องมีความเข้าใจ และจัดการเปลี่ยนถ่ายน้ำด้วยขั้นตอนที่ถูกต้อง
2
ธุรกิจ งาน / เลือกซื้อเสื้อกล้ามทอมยี่ห้อไหนดี
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 10 ธันวาคม 2018, 10:02:03 AM »
ในปัจจุบันนี้เสื้อกล้ามชนิดนี้มีวางจำหน่ายเยอะแยะมากมายหลากหลายยี่ห้อ ซึ้งแต่ละรุ่นแต่ละแบบก็มีราคาในการจัดจำหน่ายแตกต่างกันออกไป คุณสมบัติแตกต่างกันออกไป สำหรับมือใหม่ในการที่จะเลือกสรรมาใช้นั้นคงจะเป็นอะไรที่จะนำพาความปวดหัวมาให้ได้เยอะพอสมควรเลย เพราะว่าเท่าที่เราเห็นกันทั่วไปที่มีวางจำหน่ายนั้นมันบอกได้เลยว่ามันมีมากมายหลากหลายยี่ห้อเหลือเกิน ซึ่งแต่ละแบบก็มีคุณสมบัติและวัสดุที่ผลิตดูมีคุณภาพ ดังนั้นการที่เราจะเลือกเลือกด้วยการตมองด้วยตาเปล่าไมได้เลย การที่เราจะเลือกซื้อ เสื้อกล้ามทอม มาใช้นั้นควรเลือกดูคุณภาพของวัสดุและการสวมใส่ที่สบายเป็นจุดประสงค์หลัก เพราะเสื้อกล้ามทอมเป็น ส่วนที่อยู่ติดแนบตัวเรามากที่สุดเมื่อเทียบกับผู้หญิงมันก็คือ เสื้อชั้นในดีๆนั้นเอง การใส่อาจจะใส่ตั้งแต่ตื่นนอนจนกลับมานอนหลับพักผ่อนกันเลยทีเดียว เน้นเลยว่าจะต้องเลือกเนื้อผ้าที่มีสามารถใส่ได้กระชับ และระบายอากาศได้ดีเพื่อลดความอึดอัดและอับชื้นในระหว่างวัน
ปัจจุบันมีร้านทั่วไปมันไม่ได้มีเสือ้ผ้าชนิดนี้วางจำหน่ายแต่ก้มีร้านที่วางจำหน่ายเฉพาะกลุ่ม อีกทั้งในปัจจุบันก็ยังสามารถที่จะสั่งซื้อออนไลน์กันได้เลย ด้วยการที่มีวางจำหน่ายมากมายและหลากหลายผู้ผลิตมากกว่าเดิมทำให้โอกาสในการเลือกของผู้บริโภคมีมากตามไปด้วย สามารถเปรียบเทียบราคาเพื่อจะได้ซื้อในราคาที่ถูกใจมากที่สุด
ร้านเสื้อกล้ามทอมออนไลน์ก็ถือว่ามันคืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีพอสมควรในการที่จะหาซื้อสำหรับต่างจังหวัดที่ไม่ได้มีร้านค้ามากมายให้เลือกสวมใส่เหมือนในกรุงเทพหรือจังหวัดใหญ่ๆ  ร้านค้าออนไลน์มีข้อดีคือ สะดวก สามารถสั่งซื้อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซื้อจากตรงไหนก็ที่มีอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีในมือถือของทุกคนอยู่แล้ว สามารถรอรับสินค้าที่บ้านได้เลย ไม่ต้องสำรองเงินจ่ายไปก่อน ไม่ต้องกลัวเรื่องของการสั่งแล้วไม่ส่งของเพราะว่าสมัยนี้นั้นมันมีบริการเรียกเก็บเงินปลายทางมั่นใจได้เลยว่าได้รับของอย่างแน่นอน เหมาะสำหรับสาวหล่อที่นิยมความสะดวกสบาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการการสั่งซื้อแบบออนไลน์ก็มีข้อควรระวังเช่นกันคือ  ต้องตรวจสอบไซส์ สี และรายละเอียดอื่นๆให้ถูกต้อง เพราะบางครั้งของที่ส่งมาอาจไม่ตรงกับที่สั่งซื้อ หรือว่าเนื้อผ้าทีได้อาจจะไม่ตรงใจเพราะว่าไม่ได้เลือกเองเหมือนกับการซื้อในร้าน ดังนั้นก่อนที่จะเลือกซื้อก็สมควรในการที่จะดูเรื่องของร้านให้ดีว่าเชื่อถือได้หรือไม่ และต้องจ่าหน้าผู้รับอย่างถูกต้องไม่งั้นอาจจะพลาดไม่ได้รับของได้
3
การศึกษา / ออกแบบมุมทำการบ้านอย่างไรให้ถูกใจเด็กๆ
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 02 ธันวาคม 2018, 07:05:03 PM »
เรื่องของการออกแบบอะไรให้เด็กนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องให้ความสนใจและมีความละเอียดอ่อนมากเป็นพิเศษอยู่แล้ว ดังนั้นสำหรับผู้ปกครองท่านใดก็ตามที่กำลังมองหาไอเดียหรือว่าแนวคิดในการที่จะการออกำแบบห้องทำการบ้านหรือว่ามุมหรือว่า โต๊ะเก้าอี้นักเรียน ให้ลูกอยู่ ที่กำลังปวดหัวไม่ต้องปวดหัวอีกต่อไป วันนี้เราจะมีแนวทางมานำเสนอกัน
ปกติลูกๆของเราจะชอบของแปลกใหม่อยู่แล้ว เมื่อได้อะไรใหม่ไม่ว่าจะของเล่นเสื้อผ้าหรือว่ามุมในการที่จะทำการบ้านหรือว่าอ่านหนังสือที่มีความสวยสด งดงามและมีสีสันสดใสนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยที่เค้าจะชื่นชอบและมีแรงจูงใจในการที่จะเรียนหรือว่าทำการบ้าน ทบทวนการเรียนมากกว่าเดิมเช่นกัน มาดูไอเดียวที่เราจะนำเสนอในการจัดมุมเล็กๆในการทำบ้านให้เด็กๆกันเถอะ
1. เน้นมุมทำการบ้านที่สามารถที่จะพับเก็บได้ โดยติดตั้งชั้นติดผนังขนาดเล็ก ๆ กะทัดรัด ในระดับที่ไม่สูงจนเกินไป และหาโต๊ะเก้าอี้ที่สามารถที่จะพับเก็บได้เข้ามาติดตั้งเมื่อใช้งานเสร็จก็พับเก็บ โดยโต๊ะที่เลือกอาจะให้ลูกๆของเราเค้ามาส่วนในการที่จะเลือกซื้อว่าชื่นชอบแบบไหน อย่างไง
2. ทำโต๊ะทำการบ้านแบบบานปิดของชั้นติดผนังซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือ  สามารถพับลงมาเป็นโต๊ะทำการบ้านได้ เมื่อใช้งานเสร็จก็แค่พับขึ้นไปปิดไว้เหมือนเดิม ซึ่งคุณสมบัตินอกจากจะพับเก็บไปบนผนังได้แล้วจะยังสามารถที่จะใช้เก็บเครื่องเขียนต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำการบ้านได้ด้วย และสะดวกในการใช้งานเมื่อจะต้องใช้งานและไม่ทำให้อุปกรณ์เครื่องเขียนนั้นรกบ้านอีกด้วย นอกจากจะสวยงามและยังมีประโยชน์สำหรับมุมเล็กๆ
3. หากในบ้านมีห้องเล็กๆที่ยังไม่ได้ใช้งานหรือว่าแออกแบบเอาไว้เพื่อตั้งใจเอาไว้ให้ลูกทำการบ้านอยู่แล้วหรือห้องใต้หลังคาหรือว่าห้องใต้บันไดก็ได้ สามารถที่จะทำห้องนั้นให้เป็นห้องทำการบ้านได้เลย เพราะว่าจะได้ห้องที่เงียบสงบ ทำให้ลูกมีสมาธิในการทำการบ้านมากกว่าเดิม เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือโดยเฉพาะสามารถที่จะใช้พื้นที่เหลือภายในบ้านให้เป็นประโยชน์ด้วย
4. หากใครที่ค่อนข้างจะเป็นห่วงลูกอาจจะตั้งมุมทำการบ้านของลูกไว้กับโต๊ะทำงานของคุณเองเพื่อที่จะได้ดูแลได้อย่างใกล้ชิดและยังสามารถที่จะสอนการบ้านเค้าได้อีกด้วย
เพื่อให้ได้มุมที่สงบและเค้ามีสมาธิในการเรียนนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากดังนั้นแนวคิดนี้น่าจะช่วยให้การตกแต่งมุมทำการบ้านให้ลูกนี้คงจะช่วยลดความปวดหัวในการตกแต่งห้องเด็กได้ง่ายขึ้น
4
ท่องเที่ยว ทัวร์ ที่พัก / เลือกกระเป๋าเดินทางยังไงให้ดี
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2018, 09:40:17 AM »
การจัด กระเป๋าเดินทางราคาถูก ที่ดีและเหมาะสมนั้นจะสามารถที่จะช่วยให้เรามีความสะดวกสบายในการเดินทางมากกว่าเดิม ทั้งสามารถที่จะอำนวยความสะดวกให้การเดินทางของเราจะช่วยให้เราเดินทางได้อย่างสนุกแถมยังราบรื่นอีกต่างหาก และการจัดกระเป๋าที่พอดีจะช่วยให้การขนย้ายกระเป๋าไปยังที่มันสะดวกหากต้องเปลี่ยนที่นอน ที่พัก วันนี้เราจึงมีเทคนิคในการที่จะจัดกระเป๋าอย่างไรให้พอดี เหมาะสมกับการเดินทางในแต่ละเที่ยวและยังขนย้ายสะดวกด้วย

1.เลือกขนาดกระเป๋าให้เหมาะกับจำนวนวันที่เดินทาง เพราะว่าการเลือกกระเป๋าไม่สมควรในการที่จะเลือกใบใหญ่มากจนเกินไปควรเอาพอดีกับข้าวของสัมภาระในการเดินทางจะดีกว่าและหากเป็นการเดินทางที่จะต้องเดินทางด้วยทางเครื่องบินจะต้องไม่ผิดกฎของสายการบิน โดยเทคนิคในการเลือกกระเป๋าล้อลากให้สัมพันธ์กับจำนวนวันมีดังนี้
1. กระเป๋าล้อลาก ขนาด 18 - 20 นิ้ว เหมาะกับการเดินทาง 1-3 วัน
2. กระเป๋าล้อลาก ขนาด 24 นิ้ว เหมาะกับการเดินทางเดินทาง 4 - 6 วัน
3. กระเป๋าล้อลาก ขนาด 28 นิ้ว เหมาะกับการเดินทางเดินทาง 7 - 10 วัน

2. เลือกกระเป๋าที่มีความแข็งแรง คือ มีช่องเก็บของเยอะ สามารถที่จะแยกของเล็กของน้อยในกระเป๋าได้  และมีหูหิ้วกระเป๋าที่แข็งแรง มีกุญแจล็อคกระเป๋าเพื่อป้องกันการเปิดเอาของมีค่าภายใน เน้นที่น้ำหนักเบา

3. เลือกกระเป๋าให้เหมาะสมกับรูปแบบการท่องเที่ยว เช่น หากต้องเดินทางบุกป่าฝ่าดงนั้นสมควรเลือกกระเป๋าแบบเป้สะพายหลัง หากได้แบบกันน้ำได้จะดีมาก

4. เลือกกระเป๋าเดินทางสำหรับจำนวนสัมภาระที่มาก มีน้ำหนักค่อนข้างจะมากควรเลือกแบบมีล้อลาก เพราะว่าจะสะดวกในการขนย้ายและสามารถที่จะช่วยผ่อนแรงในการที่จะลากกระเป๋า โดยกระเป๋าล้อลากนั้นมีทั้งแบบ 4 ล้อและแบบ 2 ล้อซึ่งแบบ 4 ล้อจะสามารถที่จะช่วยผ่อนแรงในการที่จะลากกระเป๋าได้ดีกว่ากันมาก อีกทั้งสามารถที่จะหมุนได้ 360 องศาอีกด้วย และแบบที่มีตลับลูกปืนเพื่อป้องกันความเสียหายของล้อ หากว่าจะต้องเคลื่อนย้ายไปในบริเวณที่มันขรุขระ
5
ธุรกิจ งาน / สุขอนามัยดี อีกหนึ่งวิธีป้องกันผมร่วง
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2018, 07:37:03 PM »
เราถูกสั่งสอนกันมาตั้งแต่เด็ก ว่าการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงนั้น เป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่องในชีวิตของเรา ซึ่งการดูแลเรื่องอาหารการกิน และรักษาสุขอนามัยของร่างกาย นอกจากจะช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังส่งผลต่อผิวพรรณ รวมถึงป้องกันผมร่วงได้อีกด้วย
ปัญหาผมร่วง เป็นปัญหาหนึ่งที่เราอาจต้องพบเจอ และสร้างความหนักใจให้กับเราได้มาก เนื่องจากมองดูไม่สวยงาม เสียบุคลิก และทำให้สูญเสียความมั่นใจ ดังนั้น หากเราต้องการสุขภาพดี และห่างไกลจากผมร่วง รวมถึงปัญหาอื่นๆ ด้วยแล้ว ก็ควรที่จะยึดถือปฏิบัติตามสุขบัญญัติแห่งชาติด้วย
การดูแลสุขอนามัยตามสุขบัญญัติแห่งชาติ มีผลช่วยให้ร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงในการเกิดโรค หรือความเสื่อมของร่างกายได้
เราสามารถดูแลตนเองเพื่อลดความเสื่อมในร่างกาย เช่น ผมร่วงได้ เราจะต้องดูแลตนเองดังนี้
- ดูแลรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาด
- ล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ และทุกครั้งก่อนกินอาหารและหลังการขับถ่าย
- กินอาหารสุกสะอาด ปราศจากสารอันตราย หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด สีฉูดฉาด
- งดบุหรี่ สุรา สารเสพติด การพนัน และสำส่อนทางเพศ
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปี
- ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ
นอกจากสุขบัญญัติแห่งชาติแล้ว เราควรดูแลตนเองเป็นพื้นฐาน ด้วยหลักของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ที่ได้ให้คำแนะนำหลัก 6 อ. ดังนี้
อ. อาหาร กินอาหารมีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่
อ. ออกกำลังกาย ควรออกครั้งละ 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง อย่างสม่ำเสมอ
อ. อารมณ์ รู้จักควบคุมอารมณ์อย่างเหมาะสม
อ. อนามัยสิ่งแวดล้อม สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีทั้งในบ้านและในชุมชน
อ. อโรคยา หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคต่างๆ
อ. อบายมุข งดบุหรี่ สุรา ยาเสพติด การพนัน การสำส่อนทางเพศ
การดูแลตนเองอย่างดี และมีสุขอนามัยที่ดี จะช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ ลดการเกิดโรค ลดความเสื่อมโทรม และช่วยป้องกันผมร่วงได้อย่างดี แต่หากคุณมีปัญหาผมร่วง อีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่ช่วยคุณได้ ก็คือการใช้ แชมพูแก้ผมร่วง ซึ่งมีวางจำหน่ายทั่วไป
6
ธุรกิจ งาน / การดูแลผิวขั้นพื้นฐานมีอะไรบ้างที่เราต้องปฏิบัติ
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2018, 08:10:25 PM »
ส่วนหนึ่งของการดูแลตนเอง และการดำเนินชีวิตที่มีความสำคัญอย่างมากต่อคนเรา และส่งผลในเรื่องของความสวยความงามอีกด้วย ก็คือการดูแลผิว
การดูแลผิวนั้นมีด้วยกันหลายสเต็ป แต่สิ่งที่เราทุกคนพึงปฏิบัติก็คือการดูแลผิวในขั้นพื้นฐาน การดูแลผิวเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาการทำงานของผิวและทำให้ผิวสวยงามมีสุขภาพดีอยู่เสมอ ปัจจัยสำคัญสู่การมีผิวที่มีสุขภาพดีและสวยงามนั้นคือการไปให้ถึงจุดที่ผิวต้องการในการบำรุงด้วยระบบดูแลผิวที่ครอบคลุม คุณสามารถที่จะรักษาผิวที่สวยงามและลดอัตราการเกิดความชราซึ่งด้วยการใช้อาหารเสริมและตัวป้องกันเพื่อจะปกป้องโครงสร้างและการทำงานของผิว
ผิวของคุณมีความต้องการมากกว่า 10 อย่างเพื่อที่จะมีสุขภาพและมีความสวยงามอย่างที่สุด ความต้องการเหล่านี้สามารถแยกออกมาเป็น 2 ส่วน คือ สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานและสิ่งจำเป็นเฉพาะ โดยสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานของผิวคือความต้องการอย่างต่ำที่สุด สิ่งจำเป็นในแต่ละวันหรือขั้นตอนเป็นสิ่งที่ทุกสภาพผิวต้องการ มี 4 ขั้นตอนที่เป็นพื้นฐานของการดูแลผิวในแต่ละวัน ดังนี้
การทำความสะอาด (Cleanse)
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนจำเป็นสำหรับผิวซึ่งจะช่วยชะล้างน้ำมันส่วนเกิน, ความสกปรกและมลพิษออกจากผิว ถ้าหากสิ่งสกปรกพวกนี้ไม่ถูกขนัดออก ผิวของคุณอาจจะหมองคล้ำหรือซีดเซียว ทั้งมีรูขุมขนที่อุดตันและอักเสบ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการผิดเพี้ยนของสี และแผลเป็น หรือ สารอนุมูลอิสระที่สามารถทำร้ายเซลล์ผิว รบกวนการสร้างเซลล์ใหม่ ทำให้ระคายเคืองผิวและเป็นต้นกำเนิดของการผิดเพี้ยนของสีผิว เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงผลลัพธ์แย่ๆ เหล่านี้ควรทำความสะอาดผิวสองครั้งต่อวัน
การปรับสภาพผิว (Tone) 
การปรับสภาพผิวเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำทุกวันเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผิวสำหรับรับผลประโยชน์จากผลิตภัณฑ์อื่นๆและควรทำทุกวัน วันละสองครั้ง หลังจากทำความสะอาดผิว การปรับสภาพผิวนั้นมีผลในหลายๆทาง การปรับสภาพผิวทำให้ผิวเย็นลง, นอกจากนี้ยังช่วยลดความชัดเจนของรูปขุมขนและช่วยปรับค่า pH ของผิวให้สมดุล
การป้องกัน (Protect)
ขั้นตอนการป้องกันผิวนั้นจำเป็นสำหรับผิวนั้นคือการให้ความชุ่มชื้นให้กับผิวยามเช้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผสม SPF เพื่อป้องกันรังสียูวีที่เป็นอันตรายและสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดความเครียด อันตรายจากแสงแดดทำให้ตัวป้องกันความชุ่มชื้นและโครงสร้างโปรตีนของผิวลดลงรวมไปถึงก่อให้เกิดการผิดเพี้ยนของสี รวมไปถึงสัญญาณแห่งวัยที่เกิดก่อนเวลาอันควร
การให้ความชุ่มชื้น (Hydrate)
ขั้นตอนให้ความชุ่มชื้นจะให้สารไขมันที่จำเป็น เติมความชุ่มชื้นและเป็นตัวซ่อมแซมสำคัญในการฟื้นฟูสภาพผิวอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในยามดึก การให้ความชุ่มชื้นยามดึกควรทำวันละครั้งในตอนกลางคืน
นอกจากนี้แล้ว เราก็จะต้องเลือกใช้ครีมที่เหมาะกับสภาพผิวและมีความปลอดภัย เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น ครีมรกแกะ ซึ่งได้รับการยอมรับว่ามีสรรพคุณที่ดีต่อผิวและมีความผลอดภัย
7
ธุรกิจ งาน / การดูแลผิวสวย กระจ่างใส ห่างไกลสิว
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 04 พฤศจิกายน 2018, 07:49:02 AM »
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ฝันอยากจะมีผิวสวย กระจ่างใส ห่างไกลสิวได้ บอกได้เลยว่าไม่ต้องไปเข้าคลินิกเสริมความงามหรือว่าเพิ่งอาหารเสริมเพื่อสุขภาพผิวอย่าง อาหารเสริม boom หรือว่าครีมนำเข้าราคาแพงที่มีวางขายในห้างให้มันเสียเงินเสียทองจำนวนมากหรอก วันนี้เรามีวิธีการในการที่จะปฏิวัติผิวเสียให้เป็นผิวสวยไปกับเราด้วยเทคนิคที่ไม่ยุ่งยากอะไรมากมายเลยลองมาดูเทคนิคในการที่จะทำให้ใบหน้าห่างจากสิวได้มาดูกันดีกว่า
ข้อที่ 1 เริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดผิว โดยขั้นตอนการล้างหน้าโดยใช้น้ำอุ่นเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขนเมื่อรุขุมขนพร้อมในการที่จะบำรุง 
ข้อที่ 2 คือการพยายามที่จะรักษาผิวหน้าโดยไม่พยายามที่จะปกปิดสิวด้วยการใช้รองพื้นเพราะว่าแม้นว่าจะสามารถที่จะปกปิดร่องรอยและปัญหาสิวได้จริงก็ตามแต่สิ่งที่ร้านกับผิวคือ การใช้เครื่องสำอางที่หนามากมายขมาปกปิดเอาไว้ตลอดเวลายิ่งที่จะทำให้รูขุมขนอุดตันและทำให้เกิดสิว ดังนั้นควรที่จะงดแต่งหน้าหรือว่าแต่งหน้าเบาๆก็เพียงพอแล้ว หรือปล่อยหน้าเปลือยให้ใบหน้าได้รับออกซิเจนบ้าง
ข้อที่ 3 คือ ทำความสะอาดปลอกหมอนและเครื่องนอน เพื่อรักษาความสะอาดและป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกที่จะเกิดขึ้นกับใบหน้าของเรา
ข้อที่ 4 การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การที่เราจะมีผิวสวยและมีสุขภาพดีได้นั้นจะต้องเริ่มต้นจากการที่เรานอนหลับสนิท และเพียงพอ ควรที่จะนอนให้ได้อย่างน้อยวันละ 7 – 8 ชั่วโมงขึ้นไป เพื่อให้เซลล์ผิวของเราซึ่งผ่านการถูกทำร้ายระหว่างวันได้ทำการซ่อมแซมในขณะที่เราหลับ
ข้อที่ 5 การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แน่นอนการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ทำให้ร่างกายแข็งแรงไม่พอยังบำรุงสุขภาพผิวได้ด้วยและเน้นอาหารที่บำรุงผิวพรรณ เช่น ผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินที่มีส่วนในการบำรุงผิวพรรณ เช่น ส้ม ฝรั่ง มะเขือเทศ เป็นต้น
ข้อที่ 6 การออกกำลังกายอย่างเป็นประจำและสม่ำเสมอ การออกกำลังกายที่ถูกต้องจะต้องออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 นาทีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ร่างกายและหัวใจได้สูบฉีดและเลือดลมไหลเวียนได้ดี ร่างกายได้ขจัดของเสียออกในรูปของเหงื่อนั้นเอง
ข้อที่ 7 การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ แนะนำให้จิบน้ำตลอดทั้งวันอย่างน้อยวันละ 8 แก้วขึ้นไปจะทำให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ส่งผลทำให้ผิวชุ่มชื้นด้วย
8
เฟอร์นิเจอร์ / เฟอร์นิเจอร์ขึ้นรา จัดการอย่างไรดี
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 09 ตุลาคม 2018, 08:55:21 AM »
ปัญหาเรื่องความชื้นนั้น ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ภายในบ้านตามมามากมาย ซึ่งหนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้นได้ง่ายจากความชื้น และมีผลต่อสุขภาพก็คือ เชื้อรา
ปัญหาเฟอร์นิเจอร์ขึ้นราเกิดขึ้นได้ง่ายมาก หากเราไม่ระมัดระวังโดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน เชื้อราที่ขึ้นตามโต๊ะ ตู้ เตียง อันเกิดมาจากความชื้นนั้น ถ้าเราสูดดมหรือสัมผัสมันมากๆ ก็จะก่อให้เกิดโรคภัยตามมา แต่เราก็สามารถจัดการได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้ค่ะ
เชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์ไม้
1. เฟอร์นิเจอร์ไม้จริง วิธีแก้ไขคือใช้ผ้าชุบน้ำบิดให้หมาดๆ เช็ดทำความสะอาดหรือใช้ผ้าชุบแอลกอฮอล์เช็ดก็ได้ นอกจากนี้ ถ้าคราบเชื้อรามีมากและฝังลึก เราสามารถใช้กระดาษทรายขัดผิวไม้ส่วนที่เป็นเชื้อราออก ขัดหยาบก่อนค่อยขัดละเอียดให้เฟอร์นิเจอร์เรียบเนียน แล้วเช็ดทำความสะอาดก่อนใช้น้ำยาเคลือบผิวไม้ทาทับ (แลกเกอร์ ทีคออยล์) เพื่อป้องกันการเกิดของเชื้อรา
2. เฟอร์นิเจอร์ไม้ปิดผิว วิธีแก้ไขคือใช้ผ้าชุบน้ำบิดให้หมาดๆ เช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าแห้ง หลังจากนั้นใช้แลกเกอร์ทาให้ทั่วเพื่อป้องกันไม่ให้อากาศชื้นสัมผัสกับไม้
เชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์หนัง
สำหรับการกำจัดเชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์ประเภทเครื่องหนังนั้นมีวิธีแก้ไขโดย ใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูเจือจาง (ใส่กระบอกฉีดเพื่อความสะดวก) ฉีดพรมบนจุดที่เป็นเชื้อรา และเช็ดถูอย่างระวังอย่าให้ฟุ้ง หลังจากนั้นเช็ดทำความสะอาดแล้วเคลือบหนังด้วยน้ำยาบำรุงเครื่องหนัง
เชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ประเภท ผ้า
ใช้วิธีการต้มน้ำร้อนเดือดเพื่อฆ่าเชื้อราและน้ำไปตากแดดจัดๆ ถ้าหากเชื้อราขึ้นเป็นบางจุดให้นำผ้าบริเวณที่เป็นราจุ่มแช่น้ำด่างทับทิมไว้ 5 นาทีแล้วค่อยนำไปซักและตากแดด
ในการจัดการกับเชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์ ก่อนจะทำความสะอาดอย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยและถุงมือยางเพื่อป้องกันด้วยนะคะ นอกจากนี้ควรพยายามเปิดประตู หน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ให้แดดส่องเข้าถึงเป็นประจำ ก็ช่วยลดปัญหาในการเกิดเชื้อราได้อย่างมากแล้วล่ะค่ะ
การเลือกเฟอร์นิเจอร์และตำแหน่งที่วางเฟอร์นิเจอร์นั้นก็มีความสำคัญ โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ ได้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสมในการใช้งานไว้มากมาย คุณเองก็ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมด้วยนะคะ ก็จะช่วยป้องกันเชื้อราได้อีกทางหนึ่ง
9
อสังหาริมทรัพย์ / ความเชื่อตกแต่งบ้านกับกระจก
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 30 กันยายน 2018, 07:44:44 AM »
เรื่องของความเชื่อในเรื่องของดวงชะตา โชคลาภหรือว่าเรื่องของฮวงจุ้ยเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความเชื่อและให้ความสนใจมาตั้งนานแล้วแต่ว่าใครจะเชื่อหรือว่าจะปฏิบัติตามหรือไม่นั้นบอกได้เลยว่าอยู่ที่ความเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่สามารถที่จะไปบังคับใครได้หรอกนะว่าสมควรในการที่จะต้องเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่หากเชื่อแล้วทำให้เกิดความสบายใจในการที่จะอยู่อาศัยบอกได้เลยว่าเชื่อเอาไว้ไม่ได้เสียหายอะไรหรอก ทำอะไรแล้วสบายใจขอให้ทำ

โดยเฉพาะเรื่องของกระจกนั้นกำลังได้รับความนิยมในการนำมาประดับตกแต่งบ้านหรือคอนโดมิเนียม อยู่แล้วเพราะว่านอกจากจะช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับเราเองได้แล้วยังสามารถที่จะทำให้บ้านของเราดูมีพื้นที่กว้างขว้างมากกว่าเดิมอีกด้วย ความหรูหราให้กับบ้านแล้ว ยังทำให้ดูกว้างขึ้นอีกด้วย อีกทั้งยังมีผลในเรื่องนี้ของหลักวงจุ้ย

และหากกล่าวถึงวัสดุอุปกรณ์ในการแต่งบ้าน คงจะไม่มีใครที่จะหลีกเลี่ยงการใช้กระจกในการตกแต่งบ้านไปแน่นอน อีกทั้งเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่คนพูดถึงกันในลำดับต้นๆแน่นอน เพราะว่านอกจากจะสวยงามแล้ว ยังเพิ่มความหรูหรา แต่การติดก็ใช้ว่าจะพอใจตรงไหนก็ติดได้เลยมันไม่ใช่เพราะว่ามันมีเรื่องของดวงชะตา หลักของฮวงจุ้ยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
สาเหตุที่นำกระจกมาแต่งบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

1. ช่วยเสริมพลังและสะท้อนสิ่งดีๆเข้ามาในบ้าน เชื่อกันว่าการนำกระจกเข้ามาตกแต่งบ้าน เพราะว่าถือว่ากระจกจะเป็นตัวช่วยในการที่การเสริมพลังให้กับเจ้าของบ้าน โดยกระจกจะทำหน้าที่ในการที่จะสะท้อนสิ่งที่ดีเข้ามา อันจะนำความเจริญรุ่งเรืองมาให้คนที่อยู่อาศัยภายในบ้านด้วย

2. การติด กระจกเทมเปอร์ ช่วยแก้เคล็ดได้ เป็นความเชื่ออย่างหนึ่งที่สามารถที่จะช่วยได้ในการแก้เคล็ดสำหรับบ้านที่มีทิศทางในการสร้างบ้านไม่ถูกหลัก  เช่น บ้านตรงทางสามแพร่ง จะได้นับและทราบกันมานานแล้วว่าจะไม่ดี นำสิ่งไม่ดีมาสู่บ้านคนอยู่อาศัยอาจจะมีอันเป็นไปได้ จึงจัดการในการที่จะนำกระจกหกเหลี่ยมมาติดบริเวณหน้าบ้าน หรือ อาจนำกระจกมาใช้เป็นอุปกรณ์ตกแต่งบริเวณทางเข้าบ้านแทน จะสามารถแก้เคล็ดได้ เจ้าของบ้านจะอยู่อาศัยอย่างสบายใจขึ้น
10
ธุรกิจ งาน / ประสบการณ์การใช้ be curve ของคนอื่นเป็นอย่างไง
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 14 สิงหาคม 2018, 08:57:38 AM »
เราเองค่อนข้างที่จะมีประสบการณ์ที่เลวร้ายสำหรับการใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก be curve ยี่ห้อนี้มากพอสมควรจึงอยากที่จะทราบว่าประสบการณ์ในการใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก be curve ยี่ห้อนี้สำหรับคนอื่นเป็นยังไงหรือว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมยี่ห้อนี้อันที่จริงมันมีสรรพคุณที่ดีแต่ที่มันไม่ได้ผลสำหรับเราเพราะตัวเราเองไม่เหมาะกับผลิตภัณฑ์ของเขาดังนั้นใครเองที่เคยทานมาก่อนช่วยแบ่งปันเราบอกหน่อยได้ไหมว่าประสบการณ์ในการที่จะรับประทานของเค้ามันเป็นยังไงสำหรับตัวเราเองเราสามารถที่จะบอกได้เลยอย่างไม่อายปากว่าเราใช้แล้วมันไม่ทำให้เราลดความอ้วนได้เลยไม่สามารถที่จะทำให้เราขับถ่ายไขมัน ออกมาแบบที่คนอื่นเค้าเป็นเห็นคนอื่นเค้าเข้าห้องน้ำกันบ่อยหลังจากที่จะทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมยี่ห้อ be curve นี้เราจะเข้าห้องน้ำกันบ่อยแล้วเค้ายังถ่ายออกมาเป็นไขมันจากการที่ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เข้าไปช่วยบล็อกอาหารการกินของเราที่ผิดประเภทเข้าไปแต่เราไม่มีอาการนั้นเลยทานเข้าไปก็ปกติไม่มีการเข้าห้องน้ำทำไปทำมาก็เข้าห้องน้ำยากขับถ่ายออกมาไม่มีไขมันมันจึงสรุปได้ว่าเราใช้แล้วไม่ได้ผล
หน้า: [1] 2 3 ... 10

SMF 2.0.4 | SMF © 2011, Simple Machines